Always back to gliding the shore
ใต้น้ำ… ครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้
เราว่ามันแปลก
มันน่าแปลก
บางอย่างคิดว่าแปลก แต่ไม่รู้ว่าแปลกอย่างไร
ไม่รู้ว่าเพี้ยนไปตรงไหน ไม่รู้จริงๆว่าพลาดอะไรไป
แค่แปลก
ก็แค่แปลก
คิดว่าสังคมมีหลายอย่างที่แปลกหรืออีกชื่อเรียกนึงคือ irony ซึ่ง irony นั้นจะเป็น contradiction ก็ได้ เป็น orthodox ก็ได้ หรือจะเป็น ideal ก็ยังได้
ความเชื่อมีหลายแบบ
ความเชื่อมีหลายรูปแบบ
ความเชื่อมีมาหลายรูปและแบบ
จงหาความหมายของสองประโยคข้างต้น
ไม่มีการเฉลยนะไม่ต้องรอเพราะเราว่าเฉลยของสิ่งนี้มันน่าจะมีแค่คุณคนที่ตอบเท่านั้นที่เข้าใจ
เพราะบางอย่างคนอื่นไม่เข้าใจบ้างก็ได้
หลายครั้งที่คิดในใจว่าแล้วไง
หลายหนที่เผลอสบถออกไปว่า ‘ก็แล้วไงวะ’
เฮ้ยแต่บางอย่างไป ‘แล้วไง’ ใส่ไม่ได้นะ
มันมีข้อแตกต่างระหว่างปลง ปล่อยไป และไม่สนใจ
เหมือนที่มีข้อแตกต่างระหว่างคนเฉยชา คนชินชา และคนเย็นชา
ลองจินตนาการว่าคุณลืมตาในน้ำสะอาด
สวมบทแรกเข้าไป… คนเฉยชา
คุณคิดว่าคนเฉยชาจะทำอย่างไร
คุณจะลืมตาในน้ำไปเรื่อยๆหรือไม่
คุณจะกระพริบตาถี่ๆรึเปล่า
คุณจะเงยหน้าขึ้นมาทันทีไหม
คำตอบ… แน่นอน… คุณรู้อยู่แก่ใจ
สำหรับเราคนเฉยชาไม่ใช่คนเย็นชา
แต่ก็อีกล่ะ เรามีสิทธิ์อะไรไปตัดสินแทนเขานะ
ก็อีกล่ะ มนุษย์เรามีสิทธิ์อะไรมากมายที่จะไปยุ่งกับตัวตนของคนอีกคนหนึ่ง ถึงแม้ว่าจะสนิทกันเพียงไหน ถึงแม้ว่าจะใกล้กันด้วยสายเลือกเพียงใด
เคยถามตัวเองหรือยังว่าคุณมีสิทธิ์อะไร
คิดว่าคำถามเหล่านี้แทบไม่เกิดขึ้นในโลกแห่งโซเชียลมีเดียซึ่งเต็มไปด้วยการสื่อสารและติดต่อกันอย่างรวดเร็ว - แต่อย่าเข้าใจผิด. เราไม่ได้โจมตีแต่อย่างใด.
แค่อยากจะชี้จุดที่เราคิดว่ามันแปร่งนิดหน่อยเท่านั้นเอง
เพราะบางครั้งเราเองก็ยังไม่รู้ว่าเรามีสิทธิ์อะไร
//
กลับมาที่ความรู้สึกแปลกๆ ในโลกแปลกๆ กับคนแปลกๆ
เราเป็นอีกหนึ่งคน (คิดไปเองว่าน่าจะไม่ได้มีแค่เรา) ที่นึกชื่นชมสัตว์
สัตว์ในที่นี้คือสิ่งที่มนุษย์เรียกว่าเดรัจฉาน
เรามักมีคำถามเสมอว่า
แล้วอะไรล่ะที่ทำให้มนุษย์ ‘ประเสริฐ’
ว่ากันด้วยความจริงคือเรายังหาคำตอบให้คำถามของตนเองไม่ได้
แน่นอนมันมีข้อพิสูจน์หลายอย่างเช่นหลักการทางวิทยาศาสตร์และปรัชญา
สัตว์ ‘เดรัจฉาน’ ไม่สามารถนึกคิดได้เท่ามนุษย์
สัตว์ ‘เดรัจฉาน’ ไม่สามารถห้ามสัญชาตญาณดิบของตนได้เสมอไป
สัตว์ ‘เดรัจฉาน’ ไม่สามารถสื่อสารโดยการใช้ภาษาหรือคำพูดอย่างเราๆ
สัตว์ ‘เดรัจฉาน’ ฯลฯ
สัตว์ ‘ประเสริฐ’ สามารถคิดวางแผนกลไกซับซ้อนได้อย่างไม่น่าเชื่อ
สัตว์ ‘ประเสริฐ’ สามารถสร้างขอบเขตของความต้องการของตนเองได้
สัตว์ ‘ประเสริฐ’ สามารถสื่อสารโดยใช้หลายภาษาหลายวิธีและสามารถผลิตเครื่องมือสื่อสารข้ามทวีปได้อีก
สัตว์ ‘ประเสริฐ’ ฯลฯ
เหมือนจะมีข้อเปรียบเทียบมากมาย
เหมือนเราจะมีข้อดีมากกว่าเขา
แต่บางครั้งเรากลับรู้สึกเหมือนสัตว์ ‘ประเสริฐ’ ก็มิได้ ‘ประเสริฐ’ อย่างที่เขาโฆษณา
หลายครั้งที่มนุษย์เอาข้อดีมาทำให้กลายเป็นข้อเสีย
หลายครั้งที่เราต้องเผชิญกับโลกที่กลับตาลปัตรและไม่น่าอยู่เอาเสียเลย
ทั้งนี้ทั้งนั้นส่วนตัวเราว่า 80% ไม่ได้เป็นเพราะภัยวิบัติทางธรรมชาติ
แต่เป็นเพราะภัยวิบัติทางความไม่ค่อยธรรมชาติของสัตว์ ‘ประเสริฐ’
เราจะไม่ยกเหตุการณ์ห้ำหั่นฆ่าแกงกันขึ้นมาแล้วขอร้องให้หยุดการกระทำแบบนั้น
บอกตามตรงมีหลายคราที่เราไม่ได้สนใจมันเลย
เหมือนอีกใจหนึ่งเราก็ไม่ได้อยากจะอยู่บนโลกแห่งนี้เสียเท่าไหร่
และเพราะมีใจเดียว มันเลยเป็นแบบนั้นไป
แต่เพราะใจเดียวที่มี อยากอยู่กับสิ่งที่เขาเรียกกันว่า ‘เดรัจฉาน’ บางส่วน
เพราะใจเดียวที่มีคิดแค่ว่า ขาดเราไปแล้วเขาจะอยู่อย่างไร
มันแปลก
เพราะสัตว์ ‘เดรัจฉาน’ มากมายได้อยู่บนโลกนี้นานกว่าเรา
ได้ครอบครองแผ่นดินบนโลกนี้มากกว่าเราหลายเท่าตัว
แปลกที่ตอนนี้เขากลับแทบไม่มีที่เหลือให้ยืน
แปลกที่ตอนนี้เป็นเขาที่ต้องการการปกป้อง
แปลกที่ตอนนี้ เป็นเรา ที่ทำให้เขาต้องการการปกป้องจากโลกที่เป็นของเขามาก่อน
แปลกไหมที่ความ ‘เดรัจฉาน’ ของเขาทำให้เราประทับใจ
แปลกไหมที่ชื่นชอบความตรงในการกระทำและความคิด
ถึงบางครั้งเขาจะเจ้าเล่ห์ แต่ในความเจ้าเล่ห์ของเขาสำหรับเรามันยังมีชิ้นส่วนของความซื่อตรง
แปลกไหมที่เราชอบการสื่อสารของเขา การสื่อสารที่สัตว์ ‘ประเสริฐ’ อย่างเราต้องค้นคว้าจึงจะเข้าใจ
และบางอย่าง
จะว่าแปลกก็แปลก
พอจะว่าไม่แปลก
ก็เออ
จริงๆอาจจะไม่แปลกล่ะมั้ง
จริงๆความไม่แปลกอาจไม่มีอยู่จริง
//
[สิ่งต่อไปนี้ถูกเขียนในเดือนกรกฎาคม 2016]
คนๆหนึ่งจะล้มได้ซักกี่ครั้งกัน
ฉันเคยลองถามตัวเอง เพราะแม้ว่าจะสะดุดกี่รอบเท้าเจ้ากรรมก็ดันไม่เคยจำ
สะดุดผิดซ้ำสอง สามสี่ห้าก็ตามมา
แม้ว่าต้นเหตุจะคนละอย่างและทางเดินจะคนละแบบ
มันก็สะดุดอยู่ดีปะวะ
รำพึงรำพันกับตัวเองกันไป
บางทีใจไม่คอยแข็งแรง (ว่าไปนั่น)
บ้างว่าน้ำตามันไหล
บ้างว่าไม่มีใครสนใจ
บ้างว่าเจ็บปวดจนถึงใจ
บ้างว่าไซร้อยากหายก็ไม่สามารถ
แล้วไงต่อ
ก็คงต้องเจ็บให้พอใช่ไหม
หรือจะต้องหาที่พักพิงอิงแอบหัวใจ
หรือจะใช้ยาวิเศษ
แล้วไงต่อ
ฉันจะหายเจ็บหรือไม่
ฉันจะใช้ชีวิตอย่างเดิมได้หรือเปล่า
ฉันจะต้องคิดให้ยืดยาว
ก่อนจะก้าวเดินอีกครั้ง
บางครั้งก็ไม่จำเป็น
เพราะชีวิตก็มีอยู่เท่านี้
เนื่องจากชีวีนั้นมีเพียงหนึ่งหน
ตัวเรานั้นมีเพียงหนึ่งคน
ทุกข์ระทมเพียงใดก็ใจเรา
ไม่ใช่ว่าให้ใช้ชีวิตแบบทิ้งขว้างนะ
แต่เพราะหนึ่งโอกาสในโลกนี้
ยังต้องมีเรื่องมากมายให้ได้พบ
ทั้งดวงตาอีกหลายคู่ยังมิสบ
จึงอย่าลบคุณค่าของตัวเอง
ถ้าจะให้เปรียบชีวิตกับอะไรสักอย่างที่จับต้องได้คงเปรียบเหมือนท้องทะเลกระมัง โลกก็เป็นน้ำเค็ม เป็นทะเลเป็นมหาสมุทรกว้างใหญ่ไพศาล
ฉันคนนึงอาจเหมือนปะการังกระมัง
/
กลับมาอ่านแล้วเออ อะไรจะปลงขนาดนั้น
ถ้าเราเหมือนปะการัง แค่น้ำค่าด่างค่ากรดเปลี่ยนแค่เล็กน้อยก็ตาย
ถ้าเราบอบบางเช่นนั้น คิดว่าไม่น่าอยู่ได้จนถึงวันนี้
บางทีมันเศร้า ใช่
บางทีก็เคล้าน้ำตา ใช่
บางทีร้าวหัวใจ ใช่
บางทีอยากหายไป ใช่
แต่ไม่มีบางทีที่คิดจะไปจริงๆ
- underwater, in the flowers, and beyond.
