Monday, 30 November 2015

Open your eyes

Can your eyes open underwater?

เคยไหม แข่งกับเพื่อนลืมตาในน้ำ
เคยไหม แข่งกันกลั้นหายใจ
เคยไหม

เราเคย

พูดเรื่องวัยเด็กบ่อยมากเหมือนคนแก่เกษียณอายุแล้วยังไงยังงั้น เพราะแค่เวลามองกลับไปมันมีหลายสิ่งหลายอย่างที่คิดว่า 'ดีจัง จะเอามาเปรียบกับชีวิตปัจจุบันเป็นบทเรียน'

สมัยประถมเราอยู่ชมรมว่ายน้ำของโรงเรียน คือจริงๆก็ไม่ได้ว่ายเร็วอะไรขนาดนั้น ได้เหรียญอย่างมากก็ทองแดง แต่สนุกนะ เหมือนได้ลองอะไรเยอะแยะ

หลังชมรมทุกวันอังคารและพฤหัสเรากับเพื่อนก็อ้อยอิ่งเล่นกันในสระตามประสาเด็กวัยซน มีอยู่ครั้งนึงจำได้ว่าแข่งกันลืมตาในน้ำ คืออยากรู้ว่าคนไหนจะทำได้อะไรแบบนั้น อีกครั้งคือแข่งกันกลั้นหายใจ

แต่ก่อนมันรู้สึกสนุกมาก อาจเพราะอยู่กับเพื่อนแหละมั้ง อยู่กับคนที่ใช่อะไรๆก็สนุก เป็นความสุขประปราย

ตอนนี้ย้อนกลับมาคิดก็กลายเป็นเรื่องตลก


อ้าวเฮ้ย
ทำไมแต่ก่อนต้องแข่งกันทรมาน
เขาว่ากันว่าคนเราจะไม่ค่อย appreciate ความสุขถ้าไม่ทุกข์มาก่อน 

มนุษย์น่ะชอบ take things for granted
อะไรก็แล้วแต่ ถ้าไม่หาย บางทีก็ไม่หา

พอพูดเรื่องหาๆหายๆก็วนกลับมานึกถึงตัวตนและความรักอีกแล้ว ไม่ค่อยแน่ใจว่ามันผูกกันยังไง

งั้นขอเล่าเรื่องราวของท้องฟ้าแล้วกัน

ดวงอาทิตย์แอบชอบดวงดาว
เขาว่าเธอนั้นน่ารัก
ดวงจันทร์ก็แอบชอบดวงดาวเช่นกัน
เพราะดวงดาวเรืองแสงได้ด้วยตัวเอง

ปัญหากลับกลายมาอยู่ที่ดวงดาวจะเลือกใคร
หรือไม่เลือกเลยได้หรือไม่

ถ้าหากดวงดาวเลือกดวงอาทิตย์ 
เธออาจจะโดนแสงจ้านั้นบดบัง 
เธอหาตนเองเจอไหม

ถ้าหากเลือกดวงจันทร์
ดวงดาวจะเห็นแสงนวลนั้น 
หรือเห็นดวงจันทร์เป็นวัตถุขรุขระไร้ความสว่างไสว

เธอจึงเดินออกมา
เลือกจะเผาไหม้ตัวเองช้าๆแต่มั่นคง

สุดท้ายเธอก็หายไป
หายไปพร้อมคำตอบว่า
‘ฉันไม่เลือกใครเลย’


ครั้งหนึ่งในชีวิตของหลายคนคงมีคนที่เขาผ่านมาและได้ผ่านไปอย่างเรื่อยเรื่อย ที่ใช้คำว่าเรื่อยเรื่อยเพราะเขาไม่ได้ไม่มีความหมาย แต่เขาก็ไม่ได้สร้างผลกระทบอันใหญ่หลวงให้กับชีวิต

เป็นคนที่อาจจะนึกถึงบ้างบางครั้ง
คนที่อาจจะคิดถึงเมื่อเปิดหนังซักเรื่องดู
คนที่นึกถึงเมื่อเปิดรูปเก่าๆ
คนที่คิดถึงเมื่อเปิดประตูความทรงจำ

คนที่มีความทรงจำด้วยกันและความทรงจำนั้นยังคงซ้อนทับอยู่จนถึงทุกวันนี้
มีบางครั้งที่เธออ่านหนังสือแล้วคิดว่า ‘อ่า ตอนนั้นก็เป็นแบบนี้เลย’
บ่อยครั้งที่ฟังเพลงแล้วอุทานในใจ ‘เพลงนี้เคยฟังด้วยกันนี่นา’
และมากครั้งไปที่เห็นฉากในหนังแล้วคิดถึง ‘เฮ้ย เราเคยขี่หลังแบบนั้นนะ’

และมันได้ผ่านไปแล้ว


การที่ในช่วงเวลานั้นเธอไม่เลือกใครเลยทำให้บ่อยครั้ง บ่อยครั้งมากเธอไม่ค่อยจะเหลือใคร คนที่จะจดจำเธอเป็นคนแรกอาจหาได้ยาก

เธอจึงต้องจดจำตัวเอง

นั่นอาจเป็นข้อบกพร่องแรกล่ะมั้ง เพราะการจดจำตัวเองแปลว่าเธอเท่านั้นที่สามารถมอบอ้อมกอดให้ตัวเองได้ เธอคนเดียวเท่านั้นที่สามารถเยียวยาตัวเองได้

แต่บ่อยครั้งที่เธอทำไม่ได้
และตัวเธอก็พังลงต่อหน้าทุกสิ่ง

ไม่ใช่โลกที่พังทลาย
ไม่ใช่คนรอบตัวที่จากหาย
หากแต่เป็นตัวเธอเองที่ล้มลง


ทำไมหรือ
เพราะการจดจำตัวเอง
มันดันไปซ้อนทับ
กับความทรงจำที่ว่า
เธอเคยมีเขาอยู่ตรงนี้
มีเขาและคนอื่นๆ

ซึ่งปัจจุบันเป็นได้แค่คำว่าเคย. 

ความทรงจำนั้นอันตราย มันหลอกหลอน
อดีตทำให้ปัจจุบันและอนาคตสั่นคลอนบ่อยครั้ง

เพราะบางคราอดีตเหมือนจะเป็นอะไรที่ติดทนนานและรู้สึกปัจจุบันมากกว่าปัจจุบันเสียอีก

มากไปที่อดีตทำให้เสียน้ำตา
หลายคราที่ทำให้ยิ้มและนึกสมเพชตัวเอง
แต่ลองมองอีกซักครั้ง คราวนี้จ้องให้นาน

เห็นนั่นไหม ความทรงจำอันสว่างไสว
แม้จะมีคราบน้ำตา ความเจ็บปวด ความโกรธเคือง 
แต่ความทรงจำนั้นยังส่องสว่างแม้มันจะเผาไหม้ช้าๆอย่างมั่นคงราวกับดวงดาวนับล้านในจักรวาล

เพราะส่วนที่สำคัญที่สุด
ที่คนเราจะจดจำได้ดีที่สุด
ที่จะจดจำได้นานที่สุด

ก็หนีไม่พ้นความสุขอยู่ดี



เราจึงถามคุณว่าคุณสามารถลืมตาในน้ำได้ไหม
หากวันนึงวันใด
น้ำที่กำลังพยายามลืมสู้นั้น
กลายเป็นน้ำตาของตัวเอง 

น้ำตาที่บอกกับคุณว่า
‘อดีตได้ผ่านไปแล้วนะหัวใจ’





No comments:

Post a Comment