เคยคิดว่าถ้าสมมติโลกเป็นเพียงแค่การสมมติ
ถ้าสมมติโลกเป็นเพียงแค่การสมมติซึ่งเกิดจากการคาดการณ์คร่าวๆของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ถ้าสมมติการมีตัวตนที่เราคิดว่ามันพิสูจน์ได้ มีอยู่จริงแค่เพราะเป็นเราที่พิสูจน์มัน
และถ้าสมมติว่าหากปราศจากประสาทสัมผัสทั้งห้า
เราทั้งหมดรวมถึงโลกใบนี้ไม่เคยมีอยู่จริง
เราอาจจะเป็นคนนึงที่มีโลกหลายใบ หรืออาจจะเรียกว่าโลกหลายมุม สุนทรีย์ไปกับการใช้ชีวิตในหลายๆตัวตนที่สร้างขึ้นมา รวมไปถึงตัวตนดั้งเดิม
สิ่งที่คิดว่าร่างที่หนึ่งจะทำไม่ได้ ร่างที่สองอาจจะสามารถทำได้ หรือร่างที่สามอาจจะทำไปแล้ว ความคิดความอ่านที่มีทั้งหมดจากร่างออริจินอลไม่สามารถถูกถ่ายเทออกมาได้ทั้งหมดภายในคนๆเดียว เรารู้สึกแบบนั้น เรารู้สึกว่าถ้ามันถูกปล่อยออกมาในบริเวณเดียวแล้วล่ะก็ ต้องมีปัญหาแน่ๆ
คล้ายๆกับการสร้าง account ในทวิตเตอร์เยอะๆ
แต่มันมีข้อเสียตรงที่บางครั้งหาตัวเองไม่เจอ สรุปแล้วเราคือคนไหนกันแน่ สุดท้ายอะไรคือสิ่งที่ต้องการจะ express ออกมา สิ่งที่รู้สึกนึกคิดคือแบบไหน
เหมือนอยู่ในหลุมดำ
เวิ้งว้าง
ดูดซึม
ล่องลอย
เราอาจจะเรียนรู้แล้วว่าการขโมยเวลาจากร่างใดร่างหนึ่งสู่อีกร่างนึงซึ่งอยู่กันคนละโลกนั้นเป็นไปไม่ได้
เราอาจจะเริ่มเข้าใจว่าการมีชีวิตอยู่แท้ที่จริงแล้วไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าปัจจุบันและตัวตนซึ่งไร้พันธะ
ใช่ พูดง่าย แต่ทำยาก
ปัจจุบันคือสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ แต่ถ้าไม่มีอดีต ปัจจุบันก็จะไม่เกิด และถ้าไม่มีอนาคต จะทำปัจจุบันไปเพื่ออะไร
มันเหมือนเป็นอะไรที่เข้าใจแต่ทำไม่ได้
จริงที่การโฟกัสเฉพาะปัจจุบันทำให้มีความสุข แต่ถ้าคิดในอีกแง่มุมว่าความสุขกลับอยู่ในอดีต หรือบางคนฝากความสุขไว้ล่วงหน้ากับอนาคต
ถ้าเป็นแบบนั้น จะทำอย่างไร
ไม่หรอกเราไม่มีคำตอบว่าควรจะทำยังไง มันเป็นเหตุการณ์เฉพาะของแต่ละคน ชีวิตคนเราไม่ได้มีคำตอบแค่หนึ่งหรือสอง มันมากกว่านั้นเยอะมาก มากชนิดที่ว่าสูตรการหา probability คงไม่สามารถหาได้
ถ้าเรายึดติดกับอดีต ต้องดูว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น เพราะอดีตคือความเจ็บปวด เพราะอดีตมีความทุกข์ หรือเพราะอดีตคือสิ่งเดียวของความสุข
ถ้าในอดีตเราสุข มันจะเจ็บเสียยิ่งกว่าเมื่อต้องจาก
ความสุขนั้นมาสู่ปัจจุบัน ยิ่งถ้าปัจจุบันไม่มีตัวแทนของความสุขแล้ว สิ่งเดียวที่สามารถเหนี่ยวรั้งชีวิตให้เป็นไปในแต่ละวันได้ก็คงมีเพียงแค่อดีตเท่านั้น
ถ้าในปัจจุบันมีสุข นับเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในสามกรณี
ความสุขในปัจจุบันสามารถเข้าถึงได้ง่ายที่สุด มันเปิดรับรอเราตลอดเวลาและไม่มีเงื่อนไขว่ากลับไปไม่ได้หรือยังมาไม่ถึง เพราะมันคือสิ่งที่อยู่ตรงหน้านี้ ณ เวลานี้ ณ ที่ตรงนี้ และยังไม่ผ่านไป
แต่หากเราฝากความสุขไว้ที่อนาคต ดูจะเป็นอะไรที่ยากที่สุดและไม่แน่นอนเอาเสียเลย แน่นอนว่าปัจจุบันอาจต้องยอมทุกข์เพื่อสุขในอนาคตอย่างสุภาษิตว่าเอาไว้คืออดเปรี้ยวไว้กินหวาน แต่ถ้าความหวานไม่เคยมาถึง ถ้าพรุ่งนี้ วันมะรืน อาทิตย์หน้า เดือนหน้า ปีหน้า ไม่เคยมาถึง ถ้าอนาคตไม่เคยมีจริง ถ้าอีกหนึ่งวินาทีเราจะสิ้นลมหายใจอย่างฉับพลัน
ใครกันเล่าจะสามารถเอื้อมไปถึงความสุขนั้น
ความสุขในอนาคตที่อาจไม่มีจริง
ใครกันจะสามารถเตือนเราได้ว่าความสุขจะหายไปโดยที่ไม่เคยเจอกัน
ชีวิตจริงไม่ได้ unpredictable ขนาดนั้น แน่นอนเราส่วนมากอาจไม่ได้สิ้นลมหายใจพรุ่งนี้หรืออีกหนึ่งวินาทีข้างหน้า แต่ความสุขล้วนเป็นจุดมุ่งหมายของทุกคน ในยามเป่าเค้กอธิษฐานขอพรสิ่งที่เรามักจะขอให้ผู้อื่นและตนเองก็คือความสุข
จริงๆแล้วความสุขคืออะไร
เราไม่รู้ เพราะเราเป็นคนนึงที่อวยพรว่าขอให้มีชีวิตที่ดี
แม้เราก็ไม่รู้เช่นกันว่า'ที่ดี'ของแต่ละคนสื่อถึงอะไร
มีคน(คนจริงๆที่ไม่อยากจะเอ่ยนามและสถานะ)บอกไว้ว่า การจะต้องก้าวผ่านความทรงจำดีๆ สู่ปัจจุบัน โดยที่คำนึงถึงอนาคตไม่ใช่เรื่องง่าย มันดูจะต้องใช้ความพยายาม หรืออะไรซักอย่างที่เกี่ยวข้องกับความแข็งแรงทั้งในด้านของจิตใจและร่างกาย
บ้างที่บอกว่าอยากจะลืมอดีตเพื่อจะสามารถก้าวไปใช้ชีวิตในปัจจุบันและข้ามผ่านไปที่อนาคต
เราคิดว่าไม่ต้องลืมก็ได้ จำบ้างก็ได้ เก็บบ้างก็ได้
เก็บบางส่วนหรือจะเก็บทั้งหมดก็ได้
จำบางสิ่งหรือจะทิ้งบางอย่างบ้างก็ได้
แต่อยากจะสามารถทำไปพร้อมๆกันได้
อยากจะจดจำอดีตไปพร้อมกับใช้ชีวิตปัจจุบันโดยที่ยังมีเค้าลางของอนาคตได้
แบบนั้นก็คงดี
อาจทำให้เห็นความแข็งแรงของจิตใจในอีกขั้นหนึ่ง เหมือนการผลักดันว่ายังไงก็ต้องก้าวข้ามผ่าน ต้องเข้มแข็งเท่านั้นเพราะนั่นเป็นสิ่งเดียวที่เหลืออยู่
ถ้าวันหนึ่งหันไปเหมือนไม่เจอใคร คิดว่ายังไงก็ยังมีตัวเอง ตัวเองที่รู้จักดีที่สุด ตัวเองที่น้อยครั้งจะทรยศซึ่งกันและกัน ตัวเองที่บอกกับตนเองว่าให้ทนอีกนิด อาจจะล้า พักบ้าง แต่เมื่อถึงเวลาก็ต้องก้าวเดินต่อ
เพื่อนคนนึงบอกเคยพูดกับเราว่า strength comes
from about two sources
1. You have a strong background
เราคิดว่ามันหมายถึงการมีพื้นหลังที่ค่อนข้างขรุขระ ถนนไม่เรียบไม่ปูด้วยพรมแดงโรยกลีบกุหลาบ อาจจะหมายถึงปัญหาครอบครัวหรืออื่นๆอีกหลายปัจจัย
2. You have overcome hard situations
เพื่อนบอกว่าเราคือคนที่มาจากข้อนี้ ในชีวิตมันอาจจะมีเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้เราต้องเข้มแข็ง เมื่อการเข้มแข็งเป็นทางเลือกเดียวและทางเลือกสุดท้าย อาจจะมาจากการโดนเกลียดชัง การโดนปฏิเสธซ้ำๆ แต่ถึงจุดๆหนึ่งเราจะค้นพบว่ายังไงก็ตาม ชีวิตมันจะต้องกดปุ่ม play ไปเรื่อยๆ
อาจจะ pause ได้
แต่ stop ไม่ได้
และ rewind, forward, skip จะไม่เกิดขึ้น
- underwater, in the flowers, and beyond

No comments:
Post a Comment