Sunday, 6 September 2015

Touching the surface





เคยคิดว่าทำไมฤดูกาลต้องมีชื่อเรียก





ฤดูหนาว อาจจะฝนตกและแดดร้อนบ้างบางวัน
ฤดูร้อน อาจจะมีพายุเข้าและลมเย็นบ้างบางครั้ง
ฤดูฝน อาจจะไม่ได้มีน้ำหยดลงจากก้อนเมฆ


ถ้าในฤดูใบไม้ผลิมีใบไม้ร่วง
และในฤดูใบไม้ร่วงมีดอกไม้บาน


เราจะเรียกเหตุการณ์แบบนั้นว่าอะไรดี


ฟากนึงของก้านเดียวกันอาจจะมีทั้งกลีบดอกไม้สีสวยซึ่งกำลังผลิบาน ส่วนอีกฟากอาจเป็นใบไม้แม้ยังเขียวแต่ก็ถึงกาลต้องร่วงโรยตามแรงลม

ในทุ่งอาจมีทั้งต้นไม้ที่เหลือแต่ก้านแห้งสีน้ำตาลเข้มและดอกหญ้าปลิวไสวอย่างสดใสในคราวเดียวกัน

เพราะมันไม่จำเป็นที่สิ่งหนึ่งต้องเกิดขึ้นโดยรอให้อีกสิ่งหยุดนิ่งสนิทหรือหายลับไป



เอาเข้าจริงๆอาจเหมือนชีวิตของคน เราอาจมีหลายสิ่งหลายอย่างหลายรูปแบบเกิดขึ้นพร้อมๆกันในวันๆหนึ่ง ในอาทิตย์ๆหนึ่ง ในเดือนๆหนึ่ง ในปีๆหนึ่ง ในชีวิตหนึ่ง เราไม่สามารถเลือกได้ร้อยเปอร์เซนต์ว่าเราจะกลั่นกรองอะไรเข้ามาบ้าง


แต่เราสามารถคิดละเว้นมันให้ออกห่างจากใจได้
แม้เพียงเล็กน้อยก็ยังดี



คิดว่าคล้ายกับความเหงา



ความสัมพันธ์และความรู้สึกช่างซับซ้อน และบ่อยครั้งที่มันพันกันยุ่งเหยิงจนไม่คิดจะแกะออกมาทำความเข้าใจในปมนั้น


บางทีก็เหงา
บางครั้งก็อยากมีใคร
แต่บ่อยครั้งไปที่รู้สึกชอบความสันโดษ


หรือชอบเพราะตอนที่ชอบไม่ได้คิดว่าความสันโดษจะไปเท่ากับความเหงาก็ไม่แน่ใจ

เพียงแต่รู้สึกว่าความเหงาและการที่เราอยากอยู่คนเดียวนั้นเกิดขึ้นพร้อมกันได้ เพราะสิ่งนี้เช่นกันที่ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นทีละอย่าง

ณ เวลาดึกของวันนี้เราคงเหงา
เหงากับการที่ไม่มีใครคุยด้วย
เหงาที่กำลังเผชิญกับความโสด
เหงาที่ไม่มีใครให้ปรับทุกข์

แต่ในอีกด้านหนึ่งของดวงจันทร์นั้น
เรากำลังชอบความเหงานี้
อย่างน้อยความเหงาก็ไม่ไปไหน
และมันทำให้เรารู้จักตัวเองดีขึ้น





อย่างน้อยความเหงาก็ทำให้เราได้คุยกับตัวเอง






- underwater, in the flowers, and beyond

No comments:

Post a Comment