You came into contact with water
So fluid, so liquid, always changing shape
Like the present
Like the future
And perhaps distorted past
We live in a weird pattern
Constantly evolving
Trying hard to get away from sadness
Just to find ourselves
Ending up in grief
Of never achieving happiness.
Therefore,
It's okay to drown in confusion.
As long as you learn how to breathe
Under this suffocating water.
*
จริงๆการเขียนนี้คือการบ่นกับตัวเอง
เพราะเราไม่ได้มีใครคนหนึ่งให้พูดระบายได้ทุกเรื่องทุกเวลาทุกสถานการณ์
พูดถึงใครคนนั้นแล้วก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าชีวิตนี้เคยเจอคนที่เข้าใจในภาษาของเรากี่คนแล้ว ภาษาที่ว่าไม่ใช่ภาษาไทยหรืออังกฤษอะไรแบบนั้น
แต่เป็นภาษาส่วนตัว
ไม่ถึงกับภาษาทางใจ เพราะไม่รู้ว่าจริงๆแล้วใจรับรู้อะไรบ้างหรือเปล่า
ภาษาทางความรู้สึก
หลายคนอาจจะบอกว่ามันคือหัวใจที่รู้สึก
บางคนบอกว่ามันคือสมองที่สั่งงานให้รู้สึก
เราเป็นคนส่วนที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ แต่สำหรับเรามันไม่สำคัญว่าคือส่วนไหนที่ทำให้เกิด 'ความรู้สึก'
เพราะจริงๆแล้วผลลัพธ์ต่างหากที่สำคัญ
'คุณรู้สึกอะไรอยู่' ต่างหากที่สำคัญ.
เป็นคนชอบใส่ฟูลสต๊อปกับประโยค
(ชอบเครื่องหมายคำถาม มันมีฟูลสต๊อปนะสังเกตุดีๆ)
จริงๆภาษาไทยอาจไม่จำเป็นต้องใช้
ส่วนหนึ่งเราติดมาจากภาษาอังกฤษ แต่อีกส่วนที่ใหญ่กว่าคือเวลาใส่จุดสีดำเล็กๆนี่แล้วรู้สึกมีความเงียบต่อคิวเข้ามาเติมเต็มบรรยากาศ
เราส่วนมากอาจใช้ชีวิตไปกับไม้ยมกและอัศเจรีย์
ต้องตื่นตัวอยู่กับวันเวลาและเหตุการณ์ซ้ำๆตลอด
แต่อยากจะใช้ชีวิตช้าๆ
บอกใจที่ตึงให้หย่อนลงบ้าง
มันพักบ้างก็ดี
ได้หายใจอยากสุดปอดบ้างก็ดี
บ่อยครั้งที่เหมือนลอยเคว้งอยู่ในอวกาศ
มันมีดาว มีอุกบาต มีดาวเคราะห์ มีดวงจันทร์
ที่ขาดอาจจะเป็นดวงอาทิตย์ ไกลเกินจะมองเห็น
เพราะสายตาไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อเป็นกล้องส่องทางไกล หรือกล้องจุลทรรศน์
เพราะเราสามารถเห็นแค่ในสิ่งที่อยู่ภายในขอบเขต
มันไม่ผิดที่ไม่รู้
จะปิดตาบ้างก็ได้
มองไม่เห็นบ้างก็ได้
บางครั้งจะปฏิเสธแสงสว่างบ้างก็ได้
ถ้าหากแสงนั้นจ้าเกินไปสำหรับดวงตา
ถ้าหากแสงที่เข้ามาทำให้นัยน์ตาไม่สบาย
หลับตาสิ
หลับตาให้กับดวงดาวในความคิด
หลับตาให้กับดวงจันทร์ในความทรงจำ
แม้ทุกอย่างจะไม่สว่างไสวเท่าในความเป็นจริง
แต่เราสามารถปรับแสงได้ตามใจชอบ
จะอ่อน จะเข้ม จะสีสด จะสีพาสเทล
ตามที่ใจต้องการ เพราะสิ่งนั้นอยู่ในจินตนาการ
1
2
3
นับถึงสามแล้วลองเปิดตาช้าๆ
กระพริบตาเพื่อปรับแสง
เห็นเหมือนกันมั้ย
การมองชีวิตอาจเป็นเหมือนโปรแกรม photoshop
มันมี layer ซ้อนกันเยอะ มี tools ใช้ตกแต่งอยู่
จะปรับความเข้มคมชัดของสิ่งไหนก็ได้
หรือจะเลือกปิดบาง layer ก็ยังได้ด้วยซ้ำ
ถ้าตอนนี้ท้องฟ้าในความทรงจำซ้อนทับความเป็นจริง
ถ้าดวงดาวในจินตนาการถูก merge กับดวงอาทิตย์
เราจะยังเห็นทุกอย่างเหมือนเดิมมั้ย ไม่รู้
แต่ที่แน่ๆคิดว่าความรู้สึกจะเปลี่ยนไป
เพราะยังไงความทรงจำก็เป็นหนึ่งในความรู้สึกอยู่ดี
- underwater, in the flowers, and beyond

No comments:
Post a Comment